5 อันดับเทรนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในปีนี้

เขียนโดย สกล สุวรรณาพิสิทธิ์ | 22/05/2561 14:13:55

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม บทบาทของเทคโนโลยีและอิทธิพลของระบบการศึกษายังคงเป็นจุดสนใจอยู่เสมอ มันเป็นวิธีที่จะดึงดูดนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพที่มากขึ้นเพื่อใช้ในการปรับปรุงผลการเรียนรู้ และยังเป็นสุดยอดเครื่องมือของผู้สอน การปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร เช่น เนื้อหา การวางแผน การจัดการองค์ความรู้ และการเรียนรู้อย่างมืออาชีพ อาจไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เมื่อเร็ว ๆ นี้ รายงานของ KMPG พบว่านวัตกรรมของระบบสิ่งแวดล้อมดิจิตอลยังคงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดของผู้นำทางธุรกิจภายในปี 2018 นี้ ..สงสัยล่ะสิว่าทำไมเรื่องดังกล่าวถึงเกี่ยวข้องกับภาคการศึกษา นั่นเป็นเพราะว่าสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้กำลังเร่งตัวให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางระบบดิจิตอลกับพนักงานและภายในห้องเรียน

ผลสำรวจการเปลี่ยนแปลงงานของโลกเร็ว ๆ นี้พบว่า มากกว่า 2 ใน 3 (62%) ของประชากรโลกในตอนนี้กำลังพูดถึงข้อดีของการทำงานได้ในทุกที่ นอกจากนี้ การทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อแบ่งปันเนื้อหาและแนวคิดต่าง ๆ ถือเป็นเรื่องปกติทางธุรกิจแล้ว ในบันทึกนี้ มันเป็นข้อได้เปรียบที่จะเห็นผลการสอบล่าสุดของ PISA ซึ่งจัดให้กับนักเรียนออสเตรเลีย ถือให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาร่วมกัน

เทคโนโลยีที่จะเป็นที่นิยมในปีนี้มีดังนี้ :

1.ปัญญาประดิษฐ์ในระบบการศึกษา (AIED = Artificial Intelligence in Education)

การบูรณาการระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับด้านการศึกษา แสดงให้เห็นว่าไม่มีสัญญาณที่จะชะลอตัวลงเลย รายงานฉบับล่าสุดของเพียร์สันได้วิเคราะห์ว่า AIED จะเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ให้คุณลองจินตนาการถึงความเป็นไปได้ว่าหากนักเรียนแต่ละคนมีผู้ช่วยเรื่องการเรียนรู้ที่เสมือนจริงเป็นของตัวเองจะดีแค่ไหน หรือลองนึกถึงหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนโดย AI ว่ามันช่วยให้เด็กเรียนรู้ได้ดีแค่ไหน หรือมีการประเมินในแบบใหม่ ๆ ที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนและตรงตามเวลาจริงที่เกิดขึ้น ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาได้ตามความเหมาะสมอีกด้วย  เราเริ่มเห็นความเฉลียวฉลาดของมันโดยดูจากแพลตฟอร์มแอพลิเคชั่นอัจฉริยะที่ใช้ในการเรียนรู้ เช่น ฮีโร่โฟนิค ที่เสมือนการมีผู้ปกครองและครูที่ช่วยติดตามความคืบหน้าของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง มันจะช่วยให้ผู้ปกครองและครูสามารถติดตามผลของเด็กแต่ละคนโดยดูได้จาก iPad จากที่บ้าน หรือถ้าคุณอยู่โรงเรียนก็สามารถดูได้ใน IWB ได้เช่นกัน

2.การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ที่เสมือนจริง

ในการใช้อุปกรณ์ไอทีส่วนตัวมาใช้ในหลาย ๆ โรงเรียนในประเทศออสเตรเลียนี้ มันช่วยให้นักเรียนสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกับโลกภายนอกผ่านอุปกรณ์ได้ เช่น แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เหล่านี้จะกลายเป็น “ระบบการศึกษาที่จำเป็น” ที่นำไปสู่การใช้เทคโนลีที่เสมือนจริงมากขึ้น เป็นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้อย่างแท้จริงทั้งในและนอกห้องเรียน ยกตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ก็จะมี Microsoft’s HoloLens, Google Expedition และ Window 10’s เป็นการผสมผสานโลกแห่งความเป็นจริงและเสมือนจริง เพื่อเปลี่ยนวิถีให้ครูผู้สอนและนักเรียนได้ปรับปรุงและพัฒนาเนื้อหาในบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น

3.ห้องเรียนแห่งการมีส่วนร่วม หรือ ห้องเรียนอัจฉริยะ

การใช้วิดีโอและการแบ่งปันเนื้อหาดิจิตอลเพื่อส่งมอบความต้องการหรือการเรียนรู้ส่วนบุคคลนั้น ยังทำให้เข้าถึงไม่เพียงพอ รวมถึงควบคุมการเรียนรู้และประสบการณ์พื้นฐานของนักเรียนไม่ได้ ก้าวต่อไปของนักเรียน ครู และโรงเรียนควรจะร่วมมือกันมากขึ้น เป็นการรวบรวมความรู้ ความสามารถและแนวคิดจากสถาบัน โรงงานอุตสาหกรรม ระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและภูมิศาสตร์ เป็นตัวอย่างที่ดีที่เกิดขึ้นในตอนนี้ที่ประเทศออสเตรเลีย ที่บริษัทรายใหญ่กำลังสนับสนุนการศึกษารูปแบบใหม่ในชื่อที่ว่า “โปรแกรม Woman in STEM” เป็นการเชื่อมต่อนักเรียนหญิงเพื่อเป็นผู้ให้คำแนะนำในชีวิตจริงในโลกธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อนุญาตให้ทุกคนเห็นถึงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโลกแห่งธุรกิจได้ ฉันคาดหวังว่าในปี 2018 และในอนาคตข้างหน้า นักการศึกษาจำนวนมากจะยินดีและยอมรับแนวคิดการเรียนรู้ภายในห้องเรียนมากขึ้น ยอมให้ผู้เรียนเรียนรู้ในวิถีที่พวกเขาต้องการ และในรูปแบบงานที่ร่วมมือกันมากขึ้น

4.Smart Campuses in the clound

เช4.เดียวกับที่เราได้เห็น AI Technologies และอุปกรณ์ไอทีต่างๆ นำไปสู่การขับเคลื่อนทางการเรียนรู้ หรืออาจเรียกว่า การเคลื่อนที่อัจฉริยะภายในบ้าน สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับระบบ ICT ภายในพื้นของการจัดหา การจัดการ และการรับผิดชอบ การจัดหาที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการในหลากหลายรูปแบบจากผู้เรียนจนถึงการศึกษาและทีมบริหารของมหาวิทยาลัย นักวิเคราะห์การตลาด IDC ยังแนะนำว่าองค์กรการศึกษาส่วนกลางจะต้องมุ่งเน้นที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีคลาวด์เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานผ่านธุรกิจการด้านไอทีและที่เกี่ยวข้องกับระบบคลาวด์ร่วมกัน

5.Coding grows from strength to strength

การเขียนโค้ดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและวิธีการสอนนั้นก็มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เรายัง เราจึงเห็นคู่ค้าด้านเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นในภาคเอกชนที่พัฒนาเนื้อหาด้านการศึกษานวัตกรรม รวมถึงมีการถ่ายทอดความรู้แก่ผู้สนใจ ไมโครซอฟท์ยังคงพัฒนาโปรแกรมการเขียนโค้ดโปรแกรม Minecraft ที่นักเรียนได้เรียนรู้การเขียนโค้ดภายในเกม บริษัทอื่น ๆ ก็ยังลงทุนกับการเขียนโปรแกรมสำหรับเด็ก ผลิตทุกอย่างจากชุดเริ่มการเรียนรู้ STEM เพื่อเร่งความคิดเกี่ยวกับการออกแบบและตรรกะที่ใช้กับหน่วยการเรียนอิเลคทรอนิคส์สำหรับครูเพื่อให้พวกเขาแน่ใจว่ามีเครื่องมือในการสอนการเขียนโค้ดภายในห้องเรียนได้ดี

 

นี่เป็นนิยายวิทยาศาสตร์หรือความจริงกันแน่?

ตามที่ได้แนะนำแนวโน้มระบบเทคโนโลยีทางการศึกษาในปี 2018 ไปแล้วนั้น วิธีที่เราได้เรียนรู้และจัดการสภาพแวดล้อมของการศึกษาของเรานั้นยังคงมีการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์และผู้ช่วยการเรียนรู้เสมือนจริงอาจทำให้รู้สึกว่าเป็นนิยายทางวิทยาศาสตร์ก็ตาม พวกเขากลายเป็นที่คุ้นเคยกับเราในเร็ว ๆ นี้ ดังเช่น การเชื่อมต่อระหว่างนักเรียนผ่านวิดีโอในห้องประชุม เราจำเป็นต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้มั่นใจว่าเราพร้อมที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ เหล่านี้ในห้องเรียน

ที่มา: Polycom January 30, 2018

Web Link : https://au.educationhq.com/news/45687/top-5-tech-trends-in-education-this-year

แปล : กตวรรณ คุณกมุท



จำนวนผู้เข้าชม 295 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์