โรงเรียนครอบครัว: กลไกการศึกษาแบบ "ไม่ใช่แฟนทำแทนกันไม่ได้"

เขียนโดย sugar s | 14/12/2555 00:52:28

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


“แล้วเราจะช่วยพวกเขาต่อได้อย่างไร ทั้งที่รู้ว่ามีเด็ก 5 ล้านคน ที่หลุดจากระบบการศึกษา?”กลายเป็นหนึ่งในคำถามสำคัญจากลุ่มเพื่อนปฏิรูปที่เข้าร่วม ในเวทีปฏิรูปการเรียนรู้การศึกษาเพื่อคนทั้งมวลครั้งที่ 11 ภายใต้หัวข้อ ถักทอพลังชุมชน (ตำบล)…เพื่อการยกระดับการเรียนรู้ของพลเมืองรุ่นใหม่ จัดโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อเร็วๆนี้

เพราะไม่ได้หวังเพียงโอกาสร่วมชื่นชมแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาที่ดี แต่หวังเป็นหนึ่งช่องทางให้ทุกภาคส่วนในท้องถิ่นเห็นความจำเป็นของการศึกษา กลุ่ม “ผู้ใหญ่ใจดี (กว่า)” จึงมีความสำคัญในฐานะตัวกลางในการขยายผล “กรณีศึกษาที่ดี” ในพื้นที่อื่นๆต่อไป โดยครั้งได้ สถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) ภายใต้มูลนิธิสยามกัมมาจล มาร่วมต่อยอด

เสวนาครั้งนี้จึงเป็นที่มาของรูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนในลักษณะที่เรียกว่า “โรงเรียนครอบครัว” ซึ่งเป็นแนวทางการปรับฐานความคิดที่ดึงความมีส่วนร่วมจากบ้าน โรงเรียน วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานพื้นฐานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมจัดการเรียนรู้ ผ่านกรณีศึกษา 1.โรงเรียนครอบครัวตำบลบ้านห้วยม้าลอย ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี และ 2.โรงเรียนครอบครัวตำบลหนองอียอ ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองอียอ อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์

ศาสตราจารย์สุมน อมรวิวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ได้เรียนรู้วิชาชีวิต ชุมชน วิชาการ และอุปนิสัย โดยอบต.หนองสาหร่ายให้คำตอบว่า การเรียนวิชาการอย่างเดียวจะทำให้ผู้เรียนนั่งนิ่ง โรงเรียนครอบครัวตำบลห้วยม้าลอยจึงแก้ปัญหาโดยให้เด็กได้เรียนอย่างที่อยากเรียน ซึ่งโชคดีที่ได้แรงหนุนจากพ่อแม่ ครู โรงเรียน อปท. ขณะที่โรงเรียนครอบครัวหนองอียอเชื่อมั่นว่า พลังของเด็กและเยาวชนคือความหวังที่ประเทศไทยจะอยู่รอด การทำงานร่วมกับกลุ่มผู้ใหญ่ใจดี จึงไม่ได้หมายความว่าคุณได้เลี้ยงแต่กบ แต่ไก่ แต่คุณเลี้ยงใจของเด็กให้เติบโตด้วย จากที่เคยตีกันเป็นรักกัน เป็นการเรียนรู้ที่วิเศษที่สุด

“จากงานทั้ง 2 หนอง สะท้อนให้เห็นว่า เด็กและเยาวชนไทยกำลังถูกพลังดึงดูดจากชุมชนท้องถิ่นไปสู่เมืองอย่างมหาศาล แต่ทั้ง 2 หนอง ได้สร้างแรงดึงบวก ที่เขาสามารถไปได้ทั่วโลกแต่ไม่ลืมชุมชน เรียกว่า เป็นการติดเบรคให้เด็กมีสติ ให้พ้นจากแรงเงาทั้งหลาย เพื่อให้เด็กคิดได้เอง เมื่อมีผู้ใหญ่ใจดีช่วยลงมือทำร่วมกับท้องถิ่น ก็สร้างให้เกิด “ผู้จัดการทางสังคม” (Social Manager) ให้เป็นเหมือนหิ้งห้อย กระจายตัวที่นั่นที่นี่ เกิดการจัดทัพ จัดทีม และจัดวิธีทำ ซึ่งแต่ละชุมชนต้องจัดเอง และด้วยวิธีการของตัวเอง ไม่มีใครเลียนแบบกันได้ เรียกว่า ไม่ใช่แฟนทำแทนกันไม่ได้ เพราะต้องทำเอง และเรียนรู้วิธีการเอง ทั้งนี้ควรจะมีหน่วยสนับสนุนจากส่วนกลาง ที่จะช่วยเชื่อมต่อ เพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มผู้ใหญ่ใจดีกลุ่มอื่นๆ ได้มีโอกาสสนับสนุนกรณีศึกษาต่อไปในอนาคต”

สอดคล้องกับนพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ กล่าวว่า ปรากฎการณ์วัยรุ่นล้ม เป็นปรากฎการณ์เฉพาะหน้า แต่พวกเขายังมีโอกาสกลับมาเป็นบวกได้ แต่ถ้าย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็ยังไม่ได้รับโอกาส ก็ลำบาก สิ่งสำคัญคือ กิจกรรมสร้างสรรค์ที่มีการสืบทอดจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง เพื่อไม่ให้เด็กเอาดีแต่เรียน เพื่อเอาตัวรอด แต่เป็นกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยน เช่น วิทยาศาสตร์สัมพันธ์ หรือสังคมปริทัศน์ เพื่อขยายผลให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างตำบล และจังหวัดต่อไป

.

สุริยา ดวงศรี หรือน้องเขียว ประธานสภาเด็กและเยาวชนตำบลห้วยม้าลอย กล่าวว่า แม้จะเคยเผลอตัวหลงผิด แต่สุดท้ายเมื่อคิดได้ก็ตั้งใจที่จะทำดีเพื่อแผ่นดินบ้านเกิด ยิ่งเมื่อมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาให้โอกาสก็ทำให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า ก็เลยคิดว่าเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง การศึกษาจึงเป็นทางออกหนึ่งในการพัฒนาตัวเอง ทำให้ได้คิดกับตัวเองมากขึ้น ทำให้เรียนรู้ว่า เราต้องทำตัวเองให้น่าเชื่อถือ ก่อนที่สร้างเครือข่ายคนรุ่นใหม่ให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน จนทุกวันนี้เป็นที่ยอมรับของตำบลและหมู่บ้าน สิ่งสำคัญที่คือ โอกาสที่ผู้ใหญ่ใจดีหยิบยื่นให้

ด้าน ทรงพล เจตนาวณิชย์ ผู้อำนวยการ สรส. และหนึ่งในผู้ใหญ่ใจดีกล่าวว่า ที่ผ่านมาข้อต่อที่จะเชื่อมกลไกท้องถิ่นให้ขับเคลื่อนการศึกษายังหาไม่พบ แต่กลไกโรงเรียนครอบครัว จะเริ่มขยายและทำความเข้าใจเรื่องการศึกษาไปยังกลุ่มต่างๆในท้องถิ่น ทั้งแพทย์พยาบาล กลุ่มผู้สูงอายุ ครูและปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อดึงความรู้ทั้งจากในชุมชน และนอกชุมชน ตามที่คนในชุมชนต้องการ

ขณะที่สวัสดิ์ กันจรัตน์ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองสาหร่าย กล่าวว่า เมื่อโรงเรียนก็อยากให้เด็กดีเป็นเลิศ หมอก็ต้องการให้เด็กมีคุณภาพที่ดี แต่สวมคนละหมวก จึงทำงานแบบแยกส่วน แต่เมื่อกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลลงมาเชื่อม ทำให้เกิดเป็นคณะกรรมการที่มีทั้งนายกอบต. หมอ ครู ที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในชุมชน ทั้งเด็กท้องก่อนวัยอันควร ติดยาเสพติด และเมื่อพ่อแม่ ชุมชน มาร่วมออกแบบ ทำให้เด็กได้เรียนรู้อย่างสนุก

สอดคล้องกับยุภาวดี บุญมาก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอียอ จ.สุรินทร์ กล่าวว่าเหมือนเป็นการผลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือในชุมชน จากเดิมเด็กไม่พร้อมเข้าร่วมกิจกรรม จึงเปิดโอกาสให้เด็กได้เสนอในที่ประชุมว่าอยากทำอะไร ซึ่งเด็กเสนอว่าอยากมีอาชีพในกลุ่มของเขา ซึ่งเป็นตัวอย่างให้กับตำบลใกล้เคียง ทั้งนอกระบบและในระบบ



จำนวนผู้เข้าชม 3082 คน | จำนวนโหวต 0 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
0

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์