สุรินทร์มุ่งแก้ปัญหา‘เด็กหลุด-แรงงานย้ายถิ่น-ปัญหาปากท้อง’ ด้วย ‘นวัตกรรมการโอนถ่ายเด็กหลุดนอกระบบ’

เขียนโดย ผู้ดูแลระบบ สสค. | 02/06/2557 17:55:52

สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์  | 


จากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของจังหวัดสุรินทร์ในปี 2556 พบว่า ปัญหาเด็กจบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อ และยังไม่มีงานทำกลายเป็นปัญหาอันดับที่ 1 จากปัญหา 5 อันดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นยอดที่สูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

     จากข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของจังหวัดสุรินทร์ในปี2556[1]พบว่า ปัญหาเด็กจบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ที่ไม่ได้เรียนต่อ และยังไม่มีงานทำกลายเป็นปัญหาอันดับที่ 1 จากปัญหา 5 อันดับแรกที่ตกเกณฑ์จังหวัดซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนเด็กนักเรียนออกกลางคันในปี 2554-2555 ที่สูงถึง 564 คน และในปี 2556 แล้ว ถือว่าเป็นยอดที่สูงมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพบว่ามีเด็กเยาวชนสุรินทร์ที่ออกกลางคันจากสาเหตุต่างๆ อาทิ ฐานะยากจน 82 คน มีปัญหาครอบครัว 121 คน สมรสแล้ว 24 คน มีปัญหาในการปรับตัว 129 คน ต้องคดีถูกจับ 2 คน เจ็บป่วยอุบัติเหตุ 5 คน อพยพตามผู้ปกครอง 54 คน หาเลี้ยงครอบครัว 30 คน และกรณีอื่นๆ 117 คนจากสถิติเด็กเยาวชนจังหวัดสุรินทร์ อายุ 0-20 ปี ตามทะเบียนราษฎรของ (เมษยน 2557) ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 383,371 คน จึงนำไปสู่การกำหนดทิศทางปฏิรูปการศึกษาร่วมกัน 3 ด้าน คือ 1) เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสต้องได้รับการดูแลจนจบการศึกษาภาคบังคับและมีทักษะที่จำเป็น ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในการดำเนินการ 2) ในกลุ่มเด็กและเยาวชนทั่วไปต้องได้รับการพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพและ 3) กลุ่มเด็กเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษต้องได้รับการพัฒนาส่งเสริมสู่ความเป็นเลิศ ภายใต้การนำของคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้จังหวัดสุรินทร์  ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ซึ่งรับเป็นเจ้าภาพหลักทั้งระดับตำบลและระดับอำเภอ เพื่อประสานภาคีทุกภาคส่วนโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์เป็นที่ปรึกษาใกล้ชิด

 

[1]สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ (วันที่ 14 เมษายน 2557) 

     ทองสุข รวยสูงเนิน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้จังหวัดสุรินทร์   กล่าวถึงมาตรการเร่งด่วนแบ่งออกเป็น 4 มาตรการ ดังนี้ 1)พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเยาวชนจังหวัดสุรินทร์ (Surin Data Base System for Child and Youth) 2) ส่งเสริมเยาวชนที่ออกกลางคันในระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นให้ได้รับการศึกษาจนจบภาคบังคับ มีทักษะชีวิตที่ดี 3) ส่งเสริมเยาวชนที่ออกกลางคันในระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย ให้ได้รับการฝึกทักษะอาชีพ หรือศึกษาจนจบระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีทักษะชีวิตที่ดี และ4) พัฒนาระบบป้องกันเฝ้าระวัง และติดตามช่วยเหลือภายใต้หลักการส่งต่อที่เรียกว่า “ปัญจภาคี”ซึ่งมีกระบวนการการทำงานร่วมกันของภาคี 5 ภาคส่วนที่เรียกว่า “Star Strategy” เพื่อให้ 3 ขาด้านบนอันประกอบด้วย 1) ครอบครัว/ผู้ปกครอง เด็กนักเรียน 2) ท้องถิ่น-อปท. และ 3) สถานศึกษาทั้งเดิมและใหม่ ทำงานร่วมกันได้ โดยมี 2 ขาล่าง ได้แก่ หน่วยงานบริหารส่งเสริม และภาคเอกชนเข้าเป็นภาคีช่วยเหลือสนับสนุนต่อเนื่อง

     ภายใต้พื้นที่นำร่อง 6 อำเภอ ได้แก่อำเภอปราสาท อำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก อำเภอสังขะ อำเภอบัวเชด และอำเภอศรีณรงค์ก่อนขยายตัวให้ครบทั้ง 17 อำเภอ โดยมีแรงหนุนสำคัญในระดับพื้นที่คือ“กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน”ที่ช่วยติดตามเด็กคืนห้องเรียนซึ่งจะช่วยให้การส่งต่อข้อมูลในระบบพัฒนาฐานข้อมูลสารสนเทศฯมีความสมบูรณ์ และสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเร่งด่วนความเสี่ยงของเด็กรายบุคคลที่ต้องเร่งแก้ไขใน 4 มิติหลักคือ ด้านสภาพครอบครัว ด้านการเรียน ด้านการความประพฤติส่วนตัว และด้านพฤติกรรมทางสังคม

     ด้าน ผศ.ดร.ประวัติ สมเป็น อาจารย์ประจำภาควิชาเกษตรและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ หนึ่งในทีมวิชาการของอบจ.สุรินทร์กล่าวว่าเป้าหมายของเราคือ ทำอย่างไรให้เด็กมีโอกาสเรียนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน (มัธยมศึกษาปีที่ 6) จึงเป็นที่มาของการคิดค้น “นวัตกรรมการโอนถ่ายเด็กหลุดออกนอกระบบ” ที่ทำร่วมกับโรงเรียน และกศน. เนื่องจากปัญหาทางสังคมเศรษฐกิจซึ่งปัจจุบันถือเป็นความเห็นชอบร่วมกันระหว่างกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน-ครู-ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนเพื่อกันไม่ได้เด็กหลุดออกจากโรงเรียน และเด็กมีโอกาสทำงานหาเลี้ยงชีพ เพื่อให้เด็กมีงานทำมีรายได้ซึ่งจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทั้งตัวเอง และจังหวัดได้อย่างรวดเร็ว

     “การทำงานของเรา บางครั้งก็คิดว่าเป็นหน่วยปฏิบัติหรือหน่วยสนับสนุน จะเป็นทหารราบ หรือทหารฝ่ายพลธิการ เรากำลังมองอะไรหลายอย่าง เราเจอช่องการเชื่อมต่อกันระหว่างกศน.กับอาชีวศึกษา ปัจจุบันจึงมีเสียงเรียกร้องจากท้องถิ่น ตั้งอาชีวศึกษาให้เขา เพื่อพัฒนาฝีมือเป็นช่างและส่งออก แต่หากไม่มีวิชาชีพประกอบ เรียนไปก็ตกงาน” ผศ.ดร.ประวัติ กล่าว

     โดยหนึ่งในความร่วมมือจากประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์คือ การออกปฏิบัติการติดตามแก้ไขปัญหาเยาวชนในพื้นที่ที่หลุดออกจากระบบการเรียน โดยร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุในพื้นที่ตำบลกระเทียม เพื่อทำความเข้าใจให้แก่ผู้นำชุมชนผู้สูงอายุ ให้รู้เท่ากันปัญหาของวัยรุ่น ซึ่งผู้นำชุมชนและผู้สูงอายุซึ่งเป็นญาติที่สนิทและรู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในครอบครัว ได้ชักชวนบุตรหลานให้กลับเข้าสู่ระบบการเรียนอีกครั้ง เพื่อให้เด็ก เยาวชน ได้มีความรู้ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นได้ในอนาคตโดยได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนกระเทียมวิทยา ในการพาดูกระบวนการติดตามเด็กในพื้นที่ร่วมกับกศน.กระเทียม โดยเชื่อว่า ด้วยความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ สื่อมวลชนในจังหวัดสุรินทร์ ได้รับทราบปัญหา และร่วมกันแก้ไขปัญหาสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบต่อไป

     พบกับตัวอย่างการปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 28 “การปฏิรูปการเรียนรู้ด้วยการจัดการเชิงพื้นที่” ของจังหวัดสุรินทร์ จันทบุรี และลำพูน โดยรับชมการถ่ายทอดสด และร่วมแสดงความเห็น ผ่านทางเว็บไซด์สสค www.QLF.or.th และเครือข่ายวิทยุชุมชนเพื่อความเข้มแข็ง www.TNEWSnetwork.com ได้ในวันอังคารที่ 2 มิถุนายน ตั้งแต่เวลา 13.30-16.30 น.ทั้งนี้ท่านสามารถมีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของท่านได้ทาง twitter สสค. @ QLFthailand และ Facebook/QLFthailand (http://www.facebook.com/QLFthailand) เช่นเคย



จำนวนผู้เข้าชม 3112 คน | จำนวนโหวต 1 ครั้ง




Creative Common License Version 3.0

ผลงานนี้ อยู่ภายใต้  สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.
ข้อมูลทั้งหมดในเว็บไซต์สสค. อนุญาตให้เผยแพร่และแจกจ่ายโดยเสรี ซึ่งผู้นำไปใช้ไม่จำเป็นต้องติดต่อจากทางสสค. แต่อย่างใด แต่จำเป็นจะต้องอ้างอิงแหล่งที่มาว่ามาจากสสค.

คุณชอบเนื้อหาข่าว/บทความมากน้อยเพียงใด
3

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความคิดเห็น

  1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
  2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
  3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
  4. ผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นสามารถร่วมตรวจสอบข้อความที่ไม่เหมาะสมได้ โดยการกดปุ่ม "แจ้งลบ" หรือส่งอีเมลแจ้งมาที่ info@QLF.or.th ซึ่งทีมงานจะทำการตรวจสอบและลบข้อความดังกล่าวโดยเร็วที่สุด
ชื่อ/e-mail ของคุณ
กรุณากรอกรหัสตรวจสอบในช่องว่างให้ถูกต้องตามภาพที่แสดงในภาพ

คลิกเพื่อเปลี่ยนรูปใหม่

กรอกข้อความในรูปภาพที่นี่:

  1. คุณสามารถแสดงความคิดเห็นต่อข่าว/บทความนี้ในครั้งแรกโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก
  2. การแสดงความคิดเห็นครั้งที่ 2 จะต้องเข้าสู่ระบบสมาชิก สสค. หรือเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของเฟสบุ๊กจึงจะทำการแสดงความคิดเห็นได้ และจะมีการโชว์ภาพผู้ใช้ทุกครั้งที่มีการแสดงความคิดเห็น
  3. เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดของตัวท่าน กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็นเพื่อความสะดวกในการติดต่อกลับจาก สสค. ในกรณีที่ท่านได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความคิดเห็น

ท่านที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สสค. โลกแห่งการเรียนรู้ออนไลน์รอคุณอยู่ คลิกที่นี่ เพื่อสมัครสมาชิก สสค.

Web Site Version 1.3.4
เครือข่ายสังคมออนไลน์